ดวงมาDUANGMA

ตรุษจีน 2566

ปีเถาะ · ธาตุน้ำ (หยิน) · ตัวอักษรก้านฟ้า 癸

วันตรุษจีน 2566 ตรงกับ 22 มกราคม 2566 (วันอาทิตย์)

ปีนี้เป็นปีเถาะ ธาตุน้ำ (หยิน) — ธาตุมาจากก้านฟ้า 10 ตัวที่หมุนคู่กับนักษัตร 12 ตัว ชื่อเต็มจึงซ้ำรอบละ 60 ปี ไม่ใช่ 12 ปี

ลี่ชุนปีนี้คือ 4 กุมภาพันธ์ 2566 — ปีนี้ตรุษจีนมาก่อนลี่ชุน 13 วัน

ตรุษจีนไม่ใช่วันเปลี่ยนปีนักษัตร

ปีนักษัตรจีนเปลี่ยนที่ “ลี่ชุน” ไม่ใช่ตรุษจีน
ปี 2566 ลี่ชุนคือ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ส่วนตรุษจีนคือ 22 มกราคม 2566 — ห่างกัน 13 วัน โดยตรุษจีนมาก่อน
ปีนี้กลับกัน — คนที่เกิดตั้งแต่ 22 มกราคม 2566 ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2566 ยังไม่นับเป็นปีเถาะ แม้ตรุษจีนจะผ่านไปแล้ว เพราะยังไม่ถึงลี่ชุน
ดูปีชง 2566

ลำดับของสองวันนี้ไม่คงที่ — ในช่วง 7 ปีที่เรามีข้อมูล ลี่ชุนมาก่อน 4 ปี และตรุษจีนมาก่อน 3 ปี จึงต้องดูเป็นปี ๆ ไป

เหตุผล: เรื่องปีชงและดวงจีน 4 เสา ใช้ระบบสารท 24 ซึ่งเป็นสุริยคติล้วน ลี่ชุนคือสารทแรกของรอบ จึงเป็นจุดตัดปี ส่วนตรุษจีนเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติคนละระบบกัน

4 วันของเทศกาล

วันที่วันเรียกว่าทำอะไร
20 มกราคม 2566ศุกร์วันจ่ายออกไปซื้อของไหว้ ของสด ผลไม้ กระดาษเงินกระดาษทอง
21 มกราคม 2566เสาร์วันไหว้ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ
22 มกราคม 2566อาทิตย์วันตรุษจีนวันขึ้นปีใหม่จีน แต๊ะเอีย เยี่ยมญาติผู้ใหญ่
23 มกราคม 2566จันทร์วันเที่ยวธรรมเนียมว่าไม่ทำงาน ไม่ใช้ของมีคม ออกไปเที่ยว

วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว เป็นธรรมเนียมที่นับจากวันตรุษจีน ไม่ใช่ค่าที่คำนวณทางดาราศาสตร์ และบางบ้านถือไม่เหมือนกัน

วันเช็งเม้ง 2566

5 เมษายน 2566 (วันพุธ) — วันไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน

เช็งเม้งไม่ได้ผูกกับจันทรคติ แต่เป็นสารทที่ 5 ของสารท 24คือวันที่ดวงอาทิตย์เดินทางถึงลองจิจูดสุริยวิถี 15 องศา จึงตกราววันที่ 4–5 เมษายนแทบทุกปี ต่างจากตรุษจีนที่ขยับได้เกือบเดือน

ทำไมตรุษจีนขยับทุกปี

เพราะกำหนดด้วยจันทร์ดับ — ปีจันทรคติสั้นกว่าปีสุริยคติราว 11 วัน ปฏิทินจีนจึงแทรกเดือนเพิ่มเป็นระยะ ทำให้วันตรุษจีนแกว่งอยู่ระหว่าง ปลายมกราคมถึงกลางกุมภาพันธ์

เทศกาลจีนอื่นในปี 2566

วันที่วันเทศกาลทางจันทรคติจีน
30 สิงหาคม 2566พุธวันสารทจีนวันที่ 15 เดือน 7 จีน
29 กันยายน 2566ศุกร์วันไหว้พระจันทร์วันที่ 15 เดือน 8 จีน
15 ตุลาคม 2566 – 23 ตุลาคม 2566อาทิตย์เทศกาลกินเจ (9 วัน)วันที่ 1–9 เดือน 9 จีน

ปี 2566 ปฏิทินจีนแทรกเดือน 2 หลัง (22 มีนาคม 2566 – 19 เมษายน 2566) — เทศกาลหลังจากนั้นจึงเลื่อนไปราวหนึ่งเดือนเมื่อเทียบกับปีปกติ

ทำไมเทศกาลพวกนี้ถึงคำนวณยาก

เพราะทั้งสามผูกกับเลขเดือนจันทรคติจีน ซึ่งต้องรู้ว่าปีนั้น แทรกเดือนอธิกมาสตรงไหน — และปฏิทินจีนไม่ได้แทรกที่เดือนเดิมทุกรอบแบบปฏิทินไทยที่แทรกเดือน ๘ เสมอ

กฎจริงคือ: เดือนที่มีวันเหมายันคือเดือน 11 · ถ้าระหว่างเดือน 11 สองครั้งมี 13 เดือน แปลว่าปีนั้นมีเดือนแทรก · เดือนที่แทรกคือเดือนแรกที่ไม่มีจงชี่ (สารทกลาง)

ตอนแรกเราลองนับจันทร์ดับจากตรุษจีนตรง ๆ ซึ่งง่ายกว่ามาก แต่พอเทียบกับวันจริงแล้วพลาด 2 ใน 4 ปี คลาดไปคนละหนึ่งเดือนเต็ม จึงเขียนปฏิทินจีนเต็มรูปแบบแทน แล้วตรวจกับวันจริง 13 จุด — ตรงหมด

ปีอื่น

ดูต่อ

คำนวณจากดาราศาสตร์ ตรวจแล้ว
วันตรุษจีน = จันทร์ดับครั้งแรกที่ตกช่วง 21 ม.ค. – 20 ก.พ. ตัดวันด้วยเวลาจีน (UTC+8) เทียบกับวันจริง 7 ปี ตรงหมด · วันเช็งเม้งคำนวณจากตำแหน่งดวงอาทิตย์ (สุริยวิถี 15°) เทียบแล้ว 4 ปี ตรงหมด · สารทจีน ไหว้พระจันทร์ กินเจ คำนวณจากปฏิทินจันทรคติจีนเต็มรูปแบบ (รวมกฎเดือนอธิกมาส) เทียบกับวันจริง 13 จุด ตรงหมด · วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว เป็นธรรมเนียมที่นับจากวันตรุษจีน ไม่ใช่ค่าคำนวณทางดาราศาสตร์
ดูว่าตัวเลขแต่ละอย่างมาจากไหน